9 สิงหาคม 2562 ปลาทะเลสะสมปรอทมากขึ้นเพราะโลกร้อน

ที่มา: https://www.posttoday.com/world/597227
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ศึกษาผลกระทบของการลดการปล่อยสารปรอท การจับปลามากเกินไป และผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลระบบนิเวศของอ่าวเมนในมหาสมุทรแอตแลนติกระหว่างปี 1970-2000 รวมทั้งกระเพาะอาหารของปลานักล่า เช่น ปลาค็อดและทูน่าครีบน้ำเงิน โดยพบว่าสารปรอทที่สะสมในปลาค็อดเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 และในทูน่าครีบน้ำเงินเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 ผลการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทางวิทยาศาสตร์ Nature ระบุว่าเมื่ออุณหภูมิในทะเลอุ่นขึ้น เนื่องจากภาวะโลกร้อน ปลาขนาดเล็กต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นในการว่ายน้ำ ดังนั้นปลาเล็กปลาน้อยเหล่านี้จึงต้องกินอาหารที่ปนเปื้อนสารปรอทมากขึ้นตามไปด้วย และเมื่อปลาทูน่ากินปลาพวกนี้เข้าไป สารปรอทก็ยิ่งสะสมในปลาทูน่ามากขึ้น นอกจากนี้การจับปลาแฮร์ริงและปลาซาร์ดีนขนาดเล็กในปริมาณมหาศาลยังกระทบกับการกินเหยื่อของปลาค็อดในมหาสมุทรแอตแลนติก กล่าวคือพวกมันต้องกินปลาแฮร์ริงและกุ้งล็อบสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสารปรอทสะสมในปริมาณมาก สุดท้ายสารปรอทเหล่านี้ก็เข้ามาสะสมในร่างกายมนุษย์ ทั้งนี้สารปรอทที่ถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงถ่านหินราว 4 ใน 5 ส่วนจะไปสะสมอยู่ที่มหาสมุทร เมื่อแบคทีเรียทำปฏิกิริยากับสารปรอทในน้ำก็จะเปลี่ยนเป็นสารพิษที่เรียกว่า เมธิลเมอร์คิวรี ซึ่งเป็นสารประกอบปรอท สารดังกล่าวเป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ หรือช่วงระยะ 7-9 เดือน เนื่องจากระยะดังกล่าวเป็นช่วงที่สมองกำลังพัฒนา รวมทั้งเป็นต้นเหตุของโรคสมองและระบบประสาทในเด็กและผู้ใหญ่ ทว่า ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือ แม้เราจะลดเมธิลเมอร์คิวรีในน้ำทะเลได้ร้อยละ 20 จากการลดการปล่อยสารปรอท แต่หากอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียสสารปรอทในปลาค็อดจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และในทูน่าครีบน้ำเงินร้อยละ 20